Home > December, 2009

 

   

  

หลังจาก Pepsi ที่อเมริการีแบรนด์ไปก่อนหน้า ก็ได้เวลาของประเทศไทย เริ่มด้วยการ pre-launch ก่อนเปิดตัวโลโก้ใหม่และเริ่มรีแบรนด์ครั้งใหญ่อย่างเป็นทางการ โดยใช้สยามสแควร์เป็นชัยภูมิแรกด้วยการขึ้นป้ายทุกจุดสำคัญที่ดึงดูดสายตาผู้คนได้ ส่วนถ้อยคำที่ใช้ก็ล้วนแต่เข้าหาวัยรุ่นและหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็น Wow หรือ XOXO คำใหม่มาแรงจากซีรี่ส์สุดฮิต “Gossip Girls” ที่วัยรุ่นฮิตกันทั้งโลก

ความเปลี่ยนแปลงใน look & feel ของตัวแบรนด์ทั้งหมดนี้ ถูกสื่อผ่าน key message ว่า “Refreshing” ส่วนโลโก้ใหม่ก็เป็นทรงกลมพริ้วไหวโดยไม่มีชื่อ Pepsi อย่างเคย ให้ความรู้สึกที่แปลกตาพอสมควร

ทั่วโลกให้ความสนใจการรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่น้อย ดูได้จากการถูกพูดถึงมากมายในบล็อกและคลิปต่างๆนับร้อยบนใน Youtube ซึ่งมีตัวเด่นๆที่น่าดูอยู่ 2 คลิปนี้


Pepsi evolution logo


New Pepsi Logo

Posted by: YerYae - 1 Comment

How to : 5 หัวใจการทำ Digital Marketing(Marketeer)

 

ใคร ๆ ก็รู้ว่า ดิจิตัล มาร์เก็ตติ้ง กำลังมาแรง จากเทคโนโลยีดิจิตัลที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เช่นเดียวกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ มาร์เก็ตเธียร์ฉบับนี้จึงขอเสนอหลักปฏิบัติ 5 ประการในการทำดิจิตัล มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งรวบรวมมาจากงานสัมมนา 3 เวที คือ All Change: Marketing in Addressable Media ซึ่งจัดโดย กรุ๊ปเอ็มและมายด์แชร์ อินเทอร์แอคชั่น, Digital Marketing 2007 ของเอเชีย บิสสิเนส ฟอรั่ม และ “Optimize Digital Marketing and Strategies-สุดยอดมุมมองการตลาดแบบใหม่ ซึ่ง มาร์เก็ตเธียร์ จัดร่วมกับไมโครซอฟท์ ดิจิตอล แอดเวอร์ไทซิ่ง โซลูชั่นส์

 

1.คิดก่อนลงมือทำ

            ข้อดีของ Digital Marketing คือ สามารถวัดผลได้จากจำนวนผู้ที่คลิกเข้ามาชมเว็บไซต์ หรือผู้ที่เข้ามางงทะเบียนร่วมกิจกรรม นักการตลาดที่เดินเข้าไปของบประมาณจากเจ้านายจึงอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งล่ะว่ามีตัวเลขกลับมารายงานแน่นอน แต่การจะได้ข้อมูลเหล่านี้ นักการตลาดต้องวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ฝ่ายเทคนิคตระเตรียมระบบเก็บข้อมูลนี้ไว้ตั้งแต่สร้างสื่อดิจิตัล และต้องเลือกเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อนำมาต่อยอดได้จริงเท่านั้น

                ลูกค้าต้องบอกเอเยนซี่ก่อนว่าอยากได้ข้อมูลอะไรบ้าง เพราะหลายครั้งลูกค้าไม่บอกก่อนว่าอยากได้ข้อมูลนี้ แล้วมาบอกทีหลัง ซึ่งเราไม่สามารถเซ็ทระบบย้อนหลังให้ได้ ทั้งที่ระบบดิจิตัลเอื้อต่อการเก็บข้อมูลอย่างมาก ดังนั้นฝ่ายการตลาดของลูกค้าต้องวางแผนให้ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลมากเกินไป โดยที่บางอย่างก็ไม่ได้นำไปใช้ ก็จะทำให้นักท่องเว็บเสียเวลาโดยใช่เหตุกรณิการ์ กลีบแก้ว Interaction Manager มายแชร์ อินเทอร์แอคชั่น เล่าถึงประสบการณ์

 

2.อย่าขัดจังหวะ แต่ต้องกลมกลืน

ใคร ๆ ก็รู้ว่าคนเล่นอินเทอร์เน็ตยุคนี้มีทางเลือกมาก แล้วก็ใจร้อนขึ้น ขี้หงุดหงิด ถ้าเว็บไซต์ไหนโหลดนานเกินไป หรือไม่มีข้อมูลที่ต้องการ ก็จะออกจากเว็บไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ กรณิการ์ จึงแนะนำว่า ต้องทำโฆษณาที่เนียนไปกับเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไปให้คนที่นั่งอยู่หน้าจอได้มีส่วนร่วมกับโฆษณา อย่างเช่น การทำแบนเนอร์ (Banner) ซึ่งขณะนี้มีการพัฒนาไปมาก ทั้งสามารถคลิกได้มากกว่า 1 ที่ เพื่อบอกคุณสมบัติอันหลากหลายของผลิตภัณฑ์ หรือเล่นเกมส์กับแบนเนอร์ได้เลย   

 

3.เร็วสุด ง่ายสุด

            เพราะว่าโลกอินเทอร์เน็ตมีเว็บไซต์น่าสนใจมากมาย ดังนั้นโฆษณาบนหน้าอินเทอร์เน็ต ควรบอกเฉพาะรายละเอียดที่ผู้บริโภคต้องการเท่านั้นไม่ใช้คำหรือสีสันฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น แม้แต่แบนเนอร์ก็ควรพาผู้บริโภคไปสู่หน้าเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์มากที่สุดไปเลย ไม่ต้องให้คลิกแล้วคลิกอีกหลายครั้ง

ศิวัตร เชาวรียวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มอินเตอร์แอคชั่น จำกัด อธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า การทำแบนเนอร์ ไม่จำเป็นว่าพอคลิกแล้วต้องเข้าไปที่หน้าแรกของเว็บไซต์องค์กรเสมอไป

ผมเคยทำแบนเนอร์โฆษณาให้กับสถาบันการศึกษา พอคลิกแบนเนอร์เข้าไปแล้วก็น่าจะเซ็ทให้เข้าไปที่รายละเอียดคณะ หรือขั้นตอนการสมัครเรียนเลย ไม่ต้องเข้าไปที่หน้าแรกซึ่งจะได้เจอหน้าอธิการบดี สมัยเรียนเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยชื่ออะไร แต่เราก็เรียนจบมาได้

 

4.เช็คภาพลักษณ์แบรนด์สม่ำเสมอ

                ในประเทศไทยยังไม่มีกรณีที่ผู้บริโภคเข้าไปดูรถยนต์หรือคอนโดมีเนียมในอินเตอร์เน็ตแล้วแล้วรูดบัตรเครดิตซื้อเลย แต่มักจะเข้าไปอ่านความคิดเห็นของผู้ที่ใช้รถรุ่นนั้น ๆ ก่อนการตัดสินใจ แล้วลองคิดดูว่าหากกระทู้บนหน้าเว็บไซต์เหล่านี้มีแต่ข้อความด้านลบเกี่ยวกับสินค้าของเรา ผู้บริโภคจะยังตัดสนใจซื้ออยู่หรือไม่

เป็นไปไม่ได้ว่าเราจะห้ามเว็บไซต์คอมมูนิตี้ทั้งหลายไม่ให้พูดถึงแบรนด์เรา แต่คำถามที่ควรถามคือ แล้วเรารู้หรือไม่ว่าสังคมไซเบอร์กำลังพูดถึงแบรนด์เราว่าอย่างไร ถ้าออกมาในแง่ลบเราจะเข้าไปแก้ไขปัญหานั้นๆ ปรับปรุงสินค้าหรือบริการ ทำความเข้าใจกับสังคมนั้นอย่างไรศิวัตร ให้แง่คิด ก่อนแนะนำวิธีการควบคุมด้านมืดของแบรนด์บนโลกออนไลน์ว่าต้องอาศัยหลักการสองอย่าง 1.การตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ 2.การตอบเชิงข้อมูล เพื่ออธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจ และหากว่าพบปัญหาจริงก็ต้องรีบดำเนินการแก้ไข เพราะข้อมูลในสังคมออนไลน์แพร่ขยายได้เร็วและจำกัดวงได้ยาก แต่ในขณะเดียวกันถ้าแบรนด์ได้รับการยอมรับในโลกออนไลน์ก็จะได้รับการพูดถึงในด้านดีเหมือนกัน    

 

5.ใช้เติมจุดอ่อนของสื่ออื่น

                สื่อดิจิตัลสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมจุดอ่อนของสื่ออื่นๆ ได้ เช่น นำภาพยนตร์โฆษณาตัวจริง หรือเอาโฆษณาเวอร์ชั่นที่ไม่ได้ฉายทางโทรทัศน์ มาฉายซ้ำบนเว็บไซต์ เพื่อเสริมจุดอ่อนของสื่อโทรทัศน์ที่ผู้ชมเลือกไมได้ว่าจะกลับมาดูโฆษณาชิ้นนี้เมื่อไร รวมทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูง

นอกจากนี้ดิจิตัลยังช่วยกลบข้อด้อยของงานอีเว้นต์ที่จำกัดจำนวนคน ยกตัวอย่างเช่น แคมเปญ Vaseline Full Sun Double Fun Fair ซึ่งจัดขึ้นที่พัทยา ก็ใช้การถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์มากระจายความรับรู้สู่คนที่ไม่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม

แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าดิจิตัล มีเดียก็ยังมีข้อด้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงมวลชนได้มากเท่ากับโทรทัศน์ หรือไม่สามารถสร้างประสบการณ์ได้เหมือนของจริง 100% แบบงานอีเว้นต์

                ดังนั้นการใช้สื่อดิจิตัลให้ได้ผลจึงต้องอาศัย Mixed Campaign ผสมผสานภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ งานอีเว้นต์ เช่น แคมเปญ Axe Wise Live Chat ที่ให้ผู้บริโภคนำโค้ดที่ได้รับจากการซื้อ Axe มาลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อแชทกับสาว Axe ทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยที่ภายในเว็บไซต์เดียวกันยังมีหนังโฆษณาเวอร์ชั่นที่ไมได้ฉายตามสื่อหลัก หรือ Volvo The hunt : The Pirate of the Caribbean ที่กำหนดให้ผู้เล่นตอบคำถามตามปริศนาในแต่ละด่าน และบางด่านผู้เล่นต้องไปรับคำปริศนาที่โชว์รูมวอลโว่ ซึ่งเป็นการบังคับให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับแบรนด์โดยตรง ในประเทศไทยคงมีผู้ที่อยากได้วอลโว่ XC90 กันมาก จึงมียอดผู้ลงทะเบียนเล่นเกมส์นี้ถึง 3 พันคน มากกว่าจำนวนผู้เล่นเกมส์ในประเทศอื่น ๆ ของภูมิภาคนี้รวมกันซะอีก      

 

                แม้ว่า Digital Marketing จะมาแรงสุดๆ ในยุคนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงอย่างไรสื่อเดิมก็ยังมีอิทธิพลในสังคมไทยอยู่ นักการตลาดจึงต้องเลือกส่วนผสมที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของตัวเองให้ดี            

Posted by: YerYae - 0 Comments

McDonald ร่วมกับ หนังเรื่อง Avatar ทำ Viral marketing โดยเกมส์แปลงหน้าเราให้เป็นตัวละครในเรื่อง  Avatar
อยากรู้ว่าถ้าเอาหน้าตัวเองใส่เข้าไปจะเป็นไงต้องลอง เข้าไปเล่นกันเลย….มีให้เลือกว่าจะเป็น Avatar ผู้หญิง หรือผู้ชาย…

ไปลองมาแล้ว…โดยใช้หน้าKimbum สุดเลิฟ ไปใส่อิอิ
เมื่อสุดหล่อ Kimbum กลายเป็นมนุษย์ต่างดาวในเรื่อง Avatar …หน้าตาเป็นแบบเนี๊ย….> 0 <

เพื่อนๆคนไหนลองเล่น แล้วสามารถเก็บรูปไปแลกกันดูได้นะ 
เข้าไปเล่นได้ที่  http://www.mcdonalds.ie/MMMMenu/Avatarize-Yourself.aspx

เล่นง่ายๆโดย Browse รูปตัวเองเข้าไปแล้วใช้แถบเครื่องมือด้านล่าง
ปรับให้หน้าอยู่กึ่งกลางเหมือนรูปตัวอย่าง แล้วกด Submit

สามารถเปลี่ยนอารมณ์ Emotion
เปลี่ยนฉากหลัง Background
เปลี่ยนเพศ

เมื่อกด share แล้วจะมาที่นี่
สามารถส่งเมลหาเพื่อน หรือ เซฟรูปลงเครื่องเราได้ โดยกด Download

 

ลองเล่นรูปตัวเอง คราวนี้เป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิง อิอิ

Posted by: YerYae - 0 Comments

ภาพยนต์โฆษณาใหม่ล่าสุดของ AIS -One2 call
มาในรูบแบบ การ์ตูนแอนนิเมชั่น ประกอบเพลงเกาหลี อินเทรนสุดๆ
จะบอกรักกันสักที มันยากเย็นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย. ..
เมื่อความห่างไกลเป็นอุปสรรค พวกเขาจะหาทางให้ความรักเดินต่อ ไปได้ยังไง? 
 

คำตอบ … อยู่ในภาพยนต์แอนนิเมชั่น … หุหุ

MV นายพยายาม กับ นางสาวรอคอย

AVATAR ภาพยนต์สุดยอดจินตนาการที่ไม่ควรพลาด จากสุดยอดผู้กำกับ  Jame Cameron
ฉายพร้อมกันทั่วโลก  17-18 ธันวาคมนี้

1. 21 สิงหาเป็นวันแรกที่ ได้ฉายตัวอย่างหนัง 15 นาทีเรื่องนี้ฉายพร้อมกันทั่วโลก คนแห่แหนเข้าเวบเพื่อจองที่นั่งเพื่อชม ตัวอย่างหนัง ซึ่งมีคนเข้าชมมากกว่า 10 ล้านคนในช่วงเวลาชั่วโมงแรกจนทำให้เวบจองตั๋วล่มไปหลายชั่วโมง พอจองได้ เพียง ชั่วโมงเดียวตั๋วก็เต็มอย่างรวดเร็ว พอถึงคราวออก ตัวอย่างหนังแบบออนไลน์บนเวบแอปเปิ้ล ก็มีคนเปิดดูวันแรกผ่านเวบถึง 4 ล้านคนซึ่งถึงเป็นตัวอย่างที่เปิดดูสูงสุด ทิ้งห่างที่ 2 แค่ 1.7 ล้านคน

2. เป็นหนัง ทุนสร้างสูงที่สุด คาเมรอน ควักเนื้อตัวเองเพื่อสร้างกล้องแบบใหม่ ไฮเทค สำหรับหนังเรื่องนี้ ราคากล้องย่อมเยาว์แค่ 7 ล้านเหรียญ หรือ 245 ล้านบาท และรวมทุนสร้างหนังทั้งหมดรวมการตลาด ราวๆ 500 ล้านเหรียญหรือเท่ากับ  ทุนการสร้างทไวไลท์ นิวมูน ได้ 10 รอบ (นิวมูนทุน 50 ล้านเหรียญ) และทุกค่ายหนังใหญ่ในอเมริกาเห็นตรงกันว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังฟอรม์บิ๊กบึ้มสุดยอดจึงยอมไม่ปล่อยหนังใหญ่เรื่องอื่นใดในระยะเวลา 5 สัปดาห์ที่อวาทาร์เข้าฉาย

3. คาเมรอน เขียนบท Avatar 80 หน้ามาตั้งแต่ 1995 แต่เพราะเทคโนโลยีในช่วงนั้นยังไม่ดีพอ และโรงไอแมกซ์สามมิติยังน้อยมากไม่ถึง 100 โรง หลังจากสร้าง Titanic เสร็จเก็บเงินไป 1,800 ล้านเหรียญ หรือ 64,000 ล้านบาทและตุ๊กตาทอง 11 รางวัล จึงหยุดสร้างภาพยนตร์ทำเงินใหญ่ๆ ทั้งหลาย เป็นเวลานานถึง 11 ปี แล้วหันมาค้นคว้าและพัฒนากล้องถ่ายภาพยนตร์ 3 มิติที่เรียกว่า ฟิวชัน คาเมรา ซิสเตม เพื่อใช้กับ อวาทาร์ โดยเฉพาะใช้เวลาในการสร้างหนังเรื่องเดียวถึง 4 ปีซึ่งนานที่สุดในชีวิตของเค้า โดยหนังจะฉายบนจอสามมิติทั่วโลกกว่า 3000 จอ แต่จะมีรูปแบบพิเศษที่ใหญ่สุดๆ สามมิติทะลุ บนจอไอแมกซ์

4. หนังยาวแค่ 165 นาที !!!! (แค่ 2 ชั่วโมง 45)  สาเหตุเดียวที่ คาเมรอนยอมตัดใจเหลือแค่นี้ก็เพราะว่า ถาดไอแมกซ์ซึ่งจะเป็นหนึ่งในฟอรแมตที่ดีที่สุดที่จะ ดูอวาทาร์บนจอยักษ์นั้น จุความยาวหนังได้สูงสุดแค่ 165 นาที ดังนั้น คาเมรอนจึงยอมตัดใจหั่นหนังให้สั้นลงกว่าที่อยากจะฉาย  แต่ยังคงเป็นหนังที่ฉายในรูปแบบสามมิติไอแมกซ์ที่ยาวที่สุดในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อตั้งไอแมกซ์มา

5. Avatar สร้างนวัตกรรมใหม่ เป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานระหว่างคนแสดงกับการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ให้ดูสมจริงเสมือนภาพถ่าย จนแยะแยะไม่ออก โดยสามารถย้ายฉาก เปลี่ยนเวลา บนท้องฟ้า พระอาทิตย์ขึ้น พระจันทร์เสี้ยว ก็ได้ หรือจะเปลี่ยนเวลาเช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืนก็ได้ควบคุมองค์ประกอบและงานออกแบบได้ทั้งหมด

6. เทคนิคโมชันแคปเจอร์ที่ใช้กันทั่วไปนั้น จะเก็บภาพการเคลื่อนไหวของนักแสดงบนจอสีฟ้าหรือสีเขียว แล้วค่อยแทรกภาพฉากเข้ามาทีหลัง แต่เทคโนโลยีใหม่ของ คาเมรอน สามารถแทรกภาพนักแสดงที่กำลังแสดงแบบสดๆ กับฉากหลังที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ เข้ามาในจอได้พร้อมๆ กันแบบเรียลไทม์

7. นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า เดอะ โวลุม ซึ่งใช้จับท่าทางของนักแสดงได้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการแสดงสีหน้า และ เทคโนโลยีอีกแบบหนึ่งที่เพิ่งเริ่มใช้กับอวาทาร์เป็นเรื่องแรกก็คือ เวอร์ชวล 3D คาแมรา ซึ่งได้พัฒนาร่วมกันโดยตัว เจมส์ คาเมรอนกับ วินซ์ พาส และ วีต้า ดิจิตอล เวิรคส์ ช่วยกันทำงานอย่างแข็งขันเพื่อผลิตภาพ สเปเชียลเอฟเฟกต์ สุดอลังการ

8. เจมส์ย้ำอีกครั้งว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์อนิเมชั่นแต่เป็นภาพยนตร์ที่คนแสดงจริงๆ แต่ใช้ CGI กราฟฟิกเข้าช่วยให้สมจริงเข้าช่วย โดยแต่ละฉากที่ท่านเห็นคือคนแสดงจริงๆและใช้เครื่องมือที่จับหน้าตา ท่าทาง การแสดงออกซึ่งรวมถึงแววตาและรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาหรือการเกร็งของริมฝีปากของนักแสดงก็สามารถเห็นได้อย่างละเอียดยิบ มาขึ้นบนจอและใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเขาช่วยแปลง การที่แคเมรอนต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้เพราะต้องการให้คนที่แปลงเป็นชาวต่างดาวนั้นไม่ต้องเสียเวลาทำเมคอัพและแต่งตัวเพื่อแสดงวันละ 4-5 ชั่วโมงทุกๆวัน เพื่อให้การแก้ไขรูปลักษณ์สุดท้ายสามารถทำได้ง่ายในคอมพิวเตอร์ โดยคาแมรอน บอกว่าสามารถควบคุมอากาศพระอาทิตย์ขึ้นลงได้เหมือนเป็นพระเจ้า

9. ภาษาต่างดาวของชาวนาวีที่พูดๆกันในเรื่องไมได้พูดมั่วๆ ติ๊ต่างขึ้นมาเอง เพราะคนอย่างคาแมรอนจ้างศาสตราจารย์ทางด้านภาษาศาสตร์จากแคนาดา ให้สร้าง ภาษาต่างดาวใหม่ของชาวแพนดอรา ขึ้นมาตามหลักแกรมม่าและหลักภาษาสากล

10. หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาให้เป็นสามมิติแบบเรืองแสง คนดูจะหลุดเข้าไปในโลกแพนโดราที่มีพระเอกหล่อล่ำ แซม วอร์ทิงทัน ที่แสดงในคนเหล็ก 4 แสดงนำ

11. คาแมรอนเองบอกว่า ตนจะได้เงินคืนเมื่อมีคนดูรายได้ พันล้านเหรียญดังนั้นจึงจะต้องให้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วโลกฉายพร้อมกัน แต่จะดูให้เด็ดที่สุดต้องดูแบบสามมิติบนจอยักษ์ไอแมกซ์เท่านั้น และเชื่อว่าจะมีคนดูซ้ำหลายๆรอบเพื่อเก็บรายละเอียดหนังที่ฉายบนจอยักษ์เท่าตึกแปดชั้น และมั่นใจสุดยอดว่า เงินพันล้านเหรียญจะได้มาชิวๆจึงเซ็นสัญญากับนักแสดงทั้งหมดอีก 2 ภาคต่อ เตรียมออกเป็นหนัง ไตรภาคเพื่อแข่งกับ สตาร์วอรส์ และ เดอะ แมทริกซ์

12. ถ้าจะดูอวาทาร์บนจอไอแมกซ์แนะนำให้จองกันล่วงหน้า ก่อนหนังเข้าฉายวันที่ 17 ธันวาคม ที่ขายตั๋วไอแมกซ์หรือเวบไทยทิกเก็ตเพราะเมื่อครั้ง ทรานสฟอรเมอรส์ 2 ฉายที่ไอแมกซ์ สองสัปดาห์แรกที่เข้าฉายเต็มทุกที่นั่งเพราะเมืองไทยมีไอแมกซ์แค่โรงเดียว

ข้อมูล  จาก  majormoviemail

Archived in the category: ตามใจฉัน
Posted by: YerYae - 0 Comments