พอดีไปสิงอยู่ใน blog exteen บ่อยๆ มีแคมเปญ Tag เรียน …(อะไรก็ได้)…..อย่างคนมีกึ๋น
ให้เป็นข้อมูลน้องๆ ที่จะเลือกคณะเอ็นท์ ไหนๆก็ไหนๆ เขียนไปแล้ว ขอเก็บมาไว้ blog นี้ด้วย เผื่อใครหลงเข้ามาแล้วอยากจะเรียนอะนะ
Tag เรียน……อย่างคนมีกึ๋น
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น “Tag เรียน….อย่างคนมีกึ๋น” <– ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
……………………………………………………………………………
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
คือว่าเรียนจบ คณะมัณฑนศิลป์ สาขา เอกออกแบบนิเทศศิลป์ โทโฆษณา

- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
มัณฑนศิลป์ (เฉพาะที่มหาลัยศิลปากร) เปิดสอนในหลักสูตรศิลปบัณฑิต(ปริญญาตรี) หลักสูตรการศึกษา 4 ปี ใน 6 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการออกแบบภายใน,สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์,สาขาวิชาการออกแบบ ผลิตภัณฑ์,สาขาวิชาประยุกตศิลปศึกษา,สาขาวิชาเครื่องเคลือบดินเผา,สาขา วิชาการออกแบบเครื่องประดับ และหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 2 ปี ใน สาขาวิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย โดยจัดการเรียนการสอนใน 7 ภาควิชา
1.ออกแบบตกแต่งภายใน (ตกแต่งห้อง -ฉาก -สถานที่ - สวน -บ้าน -โรงแรม มีสิทธิได้แฟนสถาปนิก อิอิ)
ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน (นิยามแบบทางการ) เรียนกี่ยวกับการออกแบบตกแต่ง ภายในอาคารที่พักอาศัยและ อาคารเพื่อธุรกิจต่างๆ ศึกษาโครงสร้างอาคาร เทคนิคในการก่อสร้าง การจัด เนื้อที่ใช้สอย การออกแบบ และการจัดวางเครื่องเรือน ศึกษา ศิลปะการตกแต่ง ทั้งที่เป็นลักษณะศิลปกรรมไทย และแนวนิยมทางตะวันออก และตะวันตก รวมถึงมีความสามารถในการบริหาร งานออกแบบ และเข้าใจในเรื่องการตลาด การประมาณราคา และหลักการ ดำเนินการออกแบบตกแต่ง
2.ออกแบบออกแบบนิเทศศิลป์ (ออกแบบป้ายโฆษณา - หนังโฆษณา - MV -การ์ตูน -ออกแบบหนังสือเล่ม - ถ่ายทำ ตัดต่อภาพยนต์ -ออกแบบภาพประกอบ - ออกแบบโปสเตอร์หนัง - ออกแบบมัลติมีเดีย เว็บไซด์ …) ยังมีแยกเป็นวิชาโท ย่อยๆ
ภาควิชาแบบนิเทศศิลป์ (นิยามแบบทางการ) เรียนรู้ทักษะด้านการออกแบบด้านการสื่อสารรอบตัวที่มองเห็นด้วยสายตา ไม่ว่าจะเป็นเชิงการออกแบบวัฒนธรรมหรือการออกแบบการสื่อสารต่างๆที่ต้องการ การออกแบบเพื่อให้ได้ผลที่สมบูรณ์ที่สุดผ่านแนวความคิด ส่วนที่เห็นปกติก็พวกออกแบบเลขนศิลป์สิ่งพิมพ์.อย่างเช่น โปสเตอร์ หนังสือ มากมายลองมองรอบตัวแล้วจะพบว่าออกแบบนิเทศศิลป์มีอยู่ทุกแห่ง การออกแบบเลขนศิลป์สิ่งแวดล้อมอย่างเช่น พวกป้ายตามท้องถนน ป้ายสุขา หรือตามงานอีเว้น เลขนศิลป์ของภาพนิ่ง ภาพยนตร์ วีดีโอ การสร้างภาพประกอบ และการออกแบบโฆษณา ประยุกต์ใช้ศิลปะให้สอดคล้องกับเทคนิควิทยาทางการออกแบบ มีหลักและวิธีการต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจการออกแบบนิเทศศิลป์
4.ออกแบบผลิตภัณท์ (ตามชื่อ ออกแบบรูปทรง สีสัน บรรจุภัณท์ - รองเท้า - รถ - ของใช้ในชีวิตประจำวัน - ของเล่น)
ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ (นิยามแบบทางการ) เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ความรู้พื้นฐานในศิลปะ เทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคม วัสดุและกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม การวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำหุ่นจำลอง และการนำเสนอแบบ พฤติกรรมผู้บริโภคและการตลาด การประมาณราคาและการจัดการ รวมทั้งการออกแบบอื่นๆเช่นการออกแบบหีบห่อและเลขนศิลป์ การออกแบบงานพลาสติก และ งานโลหะ
5.ออกแบบเซรามิก หรือ เครื่องเคลือบดินเผา ( ออกแบบ จนถึง ปั้นเผา เครื่องเคลือบ โลหะ ทุกประเภท)ภาควิชาเครื่องเคลือบดินเผา (นิยามแบบทางการ) ศึกษาการปั้น การสร้างพิมพ์ และการหล่อ เทคนิคการตกแต่ง การออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา ผลิตเครื่องเคลือบดินเผา รวมถึงการจัดและบริหารงานอุตสาหกรรมและการตลาด ในธุรกิจเครื่องเคลือบดินเผา
ภาควิชาออกแบบเครื่องประดับ (นิยามแบบทางการ) ศึกษาการออกแบบ โดยอาศัยความรอบรู้ด้านสุนทรียศาสตร์ ศิลปศาสตร์การออกแบบ ศิลปวัฒนธรรม และเครื่องประดับของไทย รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม การตลาด การจัดการ เทคโนโลยี จรรยาบรรณที่ดีงาม
7.ออกแบบแฟชั่น (เค๊าว่าเปิดกันแล้วปีนี้ี หุหุ)
ภาควิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย (นิยามแบบทางการ) เรียนการออกแบบเครื่องแต่งกาย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการออกแบบ โดยอาศัยความรอบรู้ด้านสุนทรียศาสตร์ ศิลปศาสตร์การออกแบบ ศิลปวัฒนธรรม และเครื่องแต่งกายของไทย
———————————————————————
แต่จะเน้นปฏิบัติมากกว่า แรกๆจะเรียน วาดเขียน เพ้นท์ ปั้น หลังๆเริ่มใช้คอม ตัดต่อ ทำภาพ ถ่ายทำ
ใกล้ๆจบ พัฒนาสมอง เรียนคอนเส็ป กับสัมนา โหดสุดคือ ตอนจบ ส่งงานเดี่ยว หรือที่เรียกกันว่า Thesis ถือเป็น 100% ของเกรดเทอมสุดท้าย (ไม่เหมือนหลายๆคณะที่ทำงานกลุ่ม)
ตัวอย่างการเลือกและวิชาบังคับเรียน
นานมากแล้วนะทรานสคริปนี้อะ ตั้งแต่เยอะแยะเรียนจบอะ ![]()
เป็นแบบคร่าวๆอาจมีปรับเปลี่ยนหลักสูตรอีกตามวาระโอกาส ตอนที่เรียนสาขาแฟชั่นกะจิวเวอร์รี่ยังไม่เปิดเรย หุหุ
ปี 2 ก็จะสานต่อจากปี 1 แต่เน้น creative มากขึ้น
ปี 3 เน้นไปทางสายโท ที่เลือก ตัวอย่างนี้เลือกโฆษณา จึงจะมีพวก Idea + Advertising มาให้เรียน อันนี้เค๊าจะให้คิดโฆษณา บางทีอาจเลือกเรียนพวกตัดต่อภาพยนต์ได้ด้วย(ถ้าตารางไม่ชนนะ) ถ้าใครเลือก วีดีโอ ก็จะเป็นวิชาเลือกพวกวิดีโอ ภาพยนต์ ทำหนังสั้นกัน ใครเลือกภาพประกอบ อาจต้องมีวิชาแบบให้ทำนิทานเล่น การ์ตูนเล่ม …
ปี 4 ทำ สัมมนาและ thesis ปีนี้ว่างเป็นพิเศษแทบไม่ได้ข้ามหาลัย เพราะต้องหาข้อมูล (ยกเว้นใครอยากไปห้องสมุดก็จะหมกตัวแถวๆนั้น)
อ่านๆชื่อวิชาก็เดาๆเอาตามชื่อนะคะ อิอิ ก็จะได้เรียนประมาณนี้ในสาขาโฆษณา
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ออกแบบทั้งหมดที่กล่าวมา
แต่ ….หลังๆเยอะแยะไม่ได้ใช้ที่เรียนสักเท่าไหร่ เพราะต้องทำงาน Marketing Online ซะมากกว่า ไปในแนวภาษากับวิเคราะห์ stat (ได้ใช้วิชาโทนิดหน่อย) แต่ก็มีรุ่นพี่ รุ่นพ่อหลายๆท่านที่ประสบความสำเร็จในเชิงวิชาชีพ
ศิษย์เก่า
- ผศ.มาโนช กงกะนันทน์
- นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์(นางนาค,ปืนใหญ่จอมสลัด)
- ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์( มือปืนโลกพระจันทร์, รักสามเศร้า, อีติ๋มตายแน่)
- คมภิญญ์ เข็มกำเนิด ผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชัน ก้านกล้วย
- สุรเชษฐ์ เฑียรบุญเลิศรัตน์ อะนิเมะเตอร์ (ปักษาวายุ)
- ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ อะนิเมะเตอร์ (ปังปอนด์)
- วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์
- มล.ภาวิณี สันติสิริ
- ไพโรจน์ ธีระประภา
- ยิ่งยง โอภากุล น้องฝาแฝด แอ๊ด คาราบาว
- วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักเขียนการ์ตูน(hesheit)
- สุทธิชาติ ศราภัยวานิช นักเขียนการ์ตูน (Joe the Sea-cret Agent)
- ทรงศีล ทิวสมบุญ นักเขียนการ์ตูน (ถั่วงอกและหัวไฟ)
- พงษ์สรวง คุณประสพ ศิษย์เก่ายอดเยี่ยม
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
เริ่มแรก - ขยัน ฝึกเยอะๆ ยิ่งทำเยอะจะยิ่งรู้ข้อผิดพลาดในการพัฒนา
หลังๆ - ดูเยอะๆ คิดเยอะๆ ก่อนลงมือทำ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
จงเลือกเพราะใจรักและขยันที่จะเรียนรู้ เหมาะกับคนที่มีอิสระในตัวเอง และค่าอุปกรณ์ค่อนข้างสูง
อย่าเลือกเพราะกลัวเลข กับภาษาอังกฤษ หรือคิดว่าเรียนอย่างอื่นไม่รอด
ศิลปะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด (มีพวกที่คิดแบบนี้ แล้วก็ไปไม่รอดเยอะมาก)







